8. สภาพปัญหาและสิ่งที่ต้องการพัฒนาโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดขอนแก่น

 ปัจจุบันโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดขอนแก่น ใช้นวัตกรรมและสารสนเทศในการบริหารงานดังต่อไปนี้

1. ระบบเงินเดือน
    ลักษณะการทำงานของระบบ  เป็นการใช้งานโปรแกรมจัดการบัญชีเงินเดือนของบุคลากร  เพื่อส่งต่อให้ธนาคารกรุงไทย ในการจ่ายเงินเดือนให้บุคลากร  ร่วมกับการใช้โปรแกรม Microsoft office: Excel จำแนกรายรับ รายจ่ายของแต่ละเดือน 

   2. ระบบงานสารสนเทศ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (http://special.obec.go.th)
        ลักษณะการทำงานของระบบ  จัดทำบน Website ของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษเป็นการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนในภาพรวม ซึ่งจัดทำโดยสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

    3. การจัดทำ Website ของโรงเรียน
        ลักษณะการทำงานของระบบ  เพื่อเป็นสื่อการในการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมของโรงเรียนต่อสาธารณชน
 Website ของโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดขอนแก่น  คือ 
 http://school.obec.go.th/sodkhonkaen   
 Contact E-mail   :  sskhonkaen @  obec.go.th

ปัญหาและอุปสรรค
     โรงเรียนมีระบบสารสนเทศที่ต้องจัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเกิดปัญหาในการจัดการดังนี้
      1.  ระบบข้อมูล
          1.1 ขาดการบูรณาการระหว่างข้อมูล โรงเรียนมีระบบสารสนเทศหลายระบบที่คล้ายกัน เช่น School E-Profile , ระบบงานสารสนเทศ ของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ,โปรแกรมบันทึกหลักฐานข้อมูลข้าราชการตามแบบเบิกจ่ายเงินเดือน และ การจัดทำ Website ของโรงเรียน ทำให้มีความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล  บุคลากรต้องเสียเวลามากในการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ
          1.2 ขาดการประสานงานอย่างจริงจังระหว่างหน่วยงาน ทั้งที่เป็นหน่วยงานในสังกัดเดียวกัน เช่น  สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโรงเรียนในกลุ่มโรงเรียนการศึกษาพิเศษ กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)   จึงทำให้ข้อมูลที่หน่วยงานต่างๆ ต้องการเป็นเพียงข้อมูลที่ใช้เฉพาะในหน่วยงานเท่านั้น  มีข้อมูลแยกแยะเป็นระบบเล็ก ๆ และซ้ำซ้อนกันในบางส่วน
           1.3 ข้อมูลสารสนเทศยังไม่ครอบคลุมงานโรงเรียนทั้ง 4 ด้าน  ทำให้ขาดข้อมูลในการตัดสินใจ และการวางแผนของผู้บริหารโดยเฉพาะด้านวิชาการซึ่งเป็นหัวใจของโรงเรียน
          1.4 ข้อมูลที่จัดเก็บมีปริมาณมากและมีรายละเอียดมากเกินความจำเป็นโดยเฉพาะ การใช้โปรแกรม   Student
          1.5 การบันทึกข้อมูลต่างๆในเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขาดความต่อเนื่อง ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลล่าช้า  ทำให้ต้องเสียวเวลามากในการบันทึกข้อมูลแต่ละครั้ง
          1.6  การกระจัดกระจายของข้อมูลตามแหล่งต่าง ๆ สร้างความยากลำบากในการจัดเก็บ และมีไม่รูปแบบที่แน่ชัดในการจัดระบบสารสนเทศ
           1.7   ผู้บังคับบัญชาให้เวลาจำกัดในการจัดการข้อมูล

2.   บุคลากร
       2.1 การมอบหมายงานให้บุคลากร ไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณงานที่รับผิดชอบ โรงเรียนมอบหมายให้คณะทำงานเพียง 2 -3 คน ในการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ ทำให้คณะทำงานมีภาระงานมากเกินไป และทำงานล่าช้า เช่น โปรแกรม STUDENT และมีข้อมูลบางส่วนไม่เป็นปัจจุบัน เช่น  การจัดทำ Website ของโรงเรียน
       2.2 ขาดความชำนาญในการใช้โปรแกรม เช่น ระบบงานทะเบียน – วัดผล, การจัดทำ Website ของโรงเรียน

3.  ทรัพยากรของระบบงาน
      3.1  สมรรถนะของเครื่องคอมพิวเตอร์ต่ำ ไม่สามารถทำการเชื่อมต่อฐานข้อมูลบน Website ได้ สะดวกรวดเร็วเท่าที่ควร
      3.2   เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอต่อการให้บริการสืบค้นข้อมูล
      3.3   ต้องใช้วัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ เป็นจำนวนมากในการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ เช่น กระดาษแบบฟอร์ม  แผ่นซีดี   แผ่นดิสก์

4.  งบประมาณ
     ไม่มีงบประมาณเพียงพอ ในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้ทันสมัย เพราะใช้งบประมาณค่อนข้างสูงในการติดตั้งระบบ

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้การบริหารงานโรงเรียนขาดความคล่องตัว ทั้งนี้เพราะสารสนเทศ ไม่เป็นปัจจุบัน และไม่ครอบคลุมเรื่องที่จะต้องตัดสินใจ   การวางแผน และการควบคุมการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมขาดความสมบูรณ์เพียงพอเมื่อต้องการใช้งาน  และยังเพิ่มภาระงานให้มากขึ้นทั้งนี้เกิดจากความซ้ำซ้อนของระบบข้อมูล

ข้อความนี้ถูกเขียนใน งานปลายภาค รศ.กฤษณา คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s